วันศุกร์ที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2556

ขูดหินปูน + อุดฟัน

ครั้งที่แล้วทิ้งท้ายว่าจะมาเล่าให้ฟังถึงการขูดหินปูน และอุดฟัน....

ขอยอมรับตรงนี้เลยว่า นี่เป็นครั้งแรกในชีวิตตลอด 27 ปี ที่มาหาหมอฟัน นับว่าเป็นครั้งแรกที่จัดหนัก (มากกกก!!!)

17 สิงหาคม 2556

มาถึงก่อนเวลานัดอีกแล้วจ้า เลยได้มีโอกาสคุยกับพนักงานที่ร้าน เค้าก็แชร์ให้ฟังว่า บางรายก็เลือดไหลเยอะ เพราะว่าไม่ได้ขูนหินปูนมานาน (คิดในใจ เรานี่ไม่เคยเลยเหอะ) ก็จะรู้สึกเสียวฟัน...เริ่มหวาดๆ ละ

เอาล่ะ...คุณหมอเรียกเข้าห้อง ก่อนและระหว่างการขูดหมอก็ยังคงย้ำว่า จะรู้สึกเสียวฟันอยู่ตลอดนะคะ (ก็พยายามสังเกตตัวเอง ทำไมไม่รู้สึกวะ แต่ก็ดี) หลังจากขูดเสร็จ เค้าก็ให้บ้วนปาก ความรู้สึกคือ เราชอบนะ ขูนหินปูนก็สนุกดี เหมือนได้ฟันใหม่ มันจะสะอาดแล้วก็ลื่นๆ ดี ชอบๆ

หลังจากนั้นก็เริ่มอุดฟันจำนวน 3 ซี่ อันนี้มีเสียวคร๊าพี่น้อง เพราะคุณหมอกรอฟันที่เสียออก จังหวะกรอเนี่ยแหละ เสียวจังฮู้ แต่ก็ไม่มากนะจ๊ะ พอรับไหว อิอิ

เบ็ดเสร็จค่าใช้จ่ายวันนี้ 4870 บาท


✻ เจอกับทันตแพทย์ (จัดฟัน) ครั้งแรก ✻

11 สิงหาคม 2556....วันนัดพบ

วันนี้เข้ามาพบคุณหมอครั้งแรก เพื่อปรึกษาเกี่ยวกับการจัดฟัน นัดคุณหมอบ่าย 4 เราตื่นเต้นมั้ง มาก่อนเวลาตั้ง 1 ชั่วโมง เดินเล่นโต๋เต๋สักพัก 4 โมงละ เข้าไปพบคุณหมอ กรอกประวัติคนไข้นิดหน่อย นั่งรอประมาณ 5  นาที ผู้ช่วยหมอก็เรียกเข้าห้อง

เข้าห้องไปก็นอนบนเตียงเลยจ้า เจอคุณหมอครั้งแรก เป็นแพทย์หญิง หน้าตาใจดี ตรวจฟันกันไปสักระยะ ของเราคุณหมออธิบายว่า มีฟันเกเยอะ อาจจะใช้เวลาในการจัดถึง 3 ปี ส่วนค่าใช้จ่าย อยู่ที่ 45,000 ไม่รวมค่าเคลียร์ช่องปาก

ยอมรับว่าช็อคนิดหน่อย สำหรับเรื่องราคา แต่ก็พอรับได้ เลยตัดสินใจทำ หลังจากนั้นคุณหมอก็เริ่มพิมพ์ฟัน และ x-ray ฟัน ทั้งหมด 2 ฟิล์ม (เล็ก-ใหญ่)​

ผล x-ray ออกมาคือ
1.มีฟันคุก ล่าง ซ้าย-ขวา 2 ซี่ --> ต้องผ่าออก
2.ต้องถอนฟันกราม บน ซ้าย-ขวา 2 ซี่
3.ต้องถอนฟันหลังเข้า บน-ล่าง ทั้งซ้าย-ขวา รวม 4 ซี่

รวมต้องเอาฟันออกจากปาก 8 ซี่ ช็อค!!! เงิบเบย ทำไมเยอะจังคะคุณหมอ คำตอบที่ได้คือ
ค่าใช้จ่ายในการพบแพทย์ครั้งนี้

ค่า x-ray ช่องปาก (2 ฟิล์ม 1600 บาท)
ค่าพิมพ์ฟัน 1000 บาท
รวม 2600 บาท

คุณหมอนัดอีกทีให้มาขูดหินปูน + อุดฟัน เดี๋ยวมาเล่าให้ฟังใหม่นะคะ

ตอนนี้...รีบกลับบ้านไปผลิตเงินต่อเลยจ้า :)



วันอังคารที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2556

✻ ตัดสินใจเดินไปปรึกษาทัตแพทย์จัดฟัน ✻

ครั้งที่แล้วทิ้งไว้ถึงตอนที่ตัวเราตัดสินใจอยากจัดฟัน วันนี้จะมาเล่าความรู้สึก บรรยากาศ และแชร์ประสบการณ์เบื้องต้น สำหรับคนที่คิดจะจัดฟัน ให้อ่านกันนะจ๊ะ

หลังจากศึกษาข้อมูลมามากมาย ทั้งอ่าน ทั้งฟัง มีคนมาแนะนำ เรื่องคลินิก เราเล็งอยู่แค่ที่เดียวเลยคือ สวนทนต์คลินิก ซึ่งมนอยู่ใกล้บ้าน เดินทางสะดวก เราจึงโทรไปนัดหมายเวลา นัดไป 2 ครั้ง ไม่เคยได้คิวเลย เข้าใจว่าที่นี่มีลูกค้าใช้บริการเยอะ ทำให้เราต้องกลับมาคิดใหม่ เพราะว่าเค้าพยายามยัดคิววันธรรมดามาให้ ซึ่งเราไม่สะดวกที่จะต้องลางานบ่อยๆ เพื่อไปทำฟัน โอเค...ที่นี่ไม่เหมาะกับฉันละ หาที่ใหม่!!!

10 สิงหาคม 2556....จุดเริ่มต้น

วันฟ้าครึ้ม ขับรถออกจากบ้าน ไปเดินเล่น Mega Bangna เดินดูโน่น ดูนี่ ไปสะดุดตากับร้านทันตกรรม พร้อม "โปรโมชั่นจัดจัน เริ่มต้นเพียง 35,000 บาท จากปกติ 50,000 บาท" <--- เห็นแบบนี้แล้วแทบจะกระโดดใส่คะ กรี๊ดเลย แล้วก็รีบปรี่เข้าไปสอบถามข้อมูล ได้ความว่า....

การจัดฟัน คนไข้ (กลายเป็นคนป่วยเลยทันที 555) ต้องเข้ามาปรึกษาคุณหมอ เพื่อดูลักษณะฟัน และประเมินระยะเวลาการรักษา ซึ่งค่าใช้จ่ายในการรักษา แบ่งเป็นค่าจัดฟัน เริ่มต้นที่ 35,000 (ราคาโปรโมชัน) ซึ่งราคาจะปรับตามระยะการรักษา โดยแบ่งจ่ายเป็น 3 งวดแรก งวดละ 5000 บาท หลังจากนั้นจ่ายเดือนละ 1500 บาท <---โอเค ราคานี้รับได้ ....ตามมาด้วยเสียง แต่ราคาที่บอกไปเบื้องต้น จะไม่รวมค่าเคลียร์ช่องปากนะคะ ถ้าคนไข้สนใจ นัดปรึกษาคุณหมอได้เลยคะ....คิดในใจว่ามันคงไม่หนักหนาอะไรหรอก นัดเลยคะ นัดคุณหมอเลย.....เป็นวันพรุ่งนี้เลยคะ 11 สิงหาคม 2556 (ไวป่ะละ)

เรามาแชร์...จัดฟัน :)

สวัสดีคะ ต้องขอแนะนำตัวก่อน เราเป็นคนนึงที่มีความคิดว่าอยากจัดฟัน ก็อยากสวยอะเนอะ ตัดสินใจอยู่นานคะ กว่าจะลงเอยที่คำว่า "กูจะจัดฟัน" เพราะไรรู้ป่ะ กลัวเจ็บ คิดมาก ไปหามากี่หมอ ก็บอกว่าต้องผ่า!! ฟันคุด เครียดเลย กลับบ้านมา Search หาข้อมูลการผ่าฟันคุด ใครๆ ก็บอกว่าเจ็บ ทรมาน ย้อนกลับไปได้จะไม่ทำ....อ่านเจอแบบนี้ เราก็หงอสิจ๊ะ :( <--- หยุดพับโครงการไป 1 ปี

ลั้นล่าอยู่กับฟันเก ฟันเหยินมาตลอด 26 ปี อายุย่างเข้า 27 เกิดอยากสวย กลัวแต่งงานแล้วถ่ายรูปออกมาแย่ เลยตัดสินใจซะเลย เป็นไงเป็นกัน ลองสักตั้งเว้ย....!!!!

เริ่มหาข้อมูลการจัดฟันอย่างจริงจังอีกครั้ง....หลายๆ เว็บ หลายๆ แหล่งข้อมูล รวบรวมแล้ว ได้ความว่า 
1.ฟันของเราต้องมีมีปัญหาจริงๆ การตัดฟันไม่ใช่แฟชั่น แต่มันคือการรักษา ระยะยาว 2-3 ปี (ในเคสปกติ)
2.เงินต้องพร้อม <--- สำคัญมาก
3.คลินิกทันตกรรม ควรเลือกใกล้บ้านหรือที่ทำงาน และต้องเชื่อถือได้
4.การจัดฟัน เป็นการรักษาต่อเนื่อง ต้องมีความรับผิดชอบ ทั้งในระหว่างจัดฟันที่ต้องดูแลเครื่องมือ ต้องมาพบทันตแพทยืทุกๆ 4-8 สัปดาห์ และหลังจัดฟัน ก็ต้องใส่เครื่องมือคงสภาพฟันอย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต
^
^
คนอยากสวย เราเชื่อ 100% ว่า ศรีทนได้ 

หลักๆ ของเรามีประมาณนี้...โอเค เมื่อตัดสินใจว่าจริงจัง ไปพบแพทย์กัน หลังจากเลือกที่จัดฟันได้แล้ว เราตัดสินใจทำที่ MSDC (Make a Smile Dental Clinic) อยู่ที่ Mega Bangna <--- เลือกที่นี่เพราะ หลักๆ คือมีโปรฯ จัดฟันพอดี 5555++ (แต่ก็แอบหาข้อมูลนะ ที่นี่เชื่อถือได้ อีกอย่างหมอมือเบาจ้า) จริงๆ อีกอย่างคือใกล้บ้าน เดินทางสะดวก 

** ขอแปะไว้แค่นี้ก่อน เดี๋ยวกลับมาเล่าให้ฟัง **


วันศุกร์ที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2555

ว่าด้วยเรื่อง Hoegaardent

Hoegaardent!!! อะไรว๊า เด้น เด้น ได้ยินมาหลายครั้งละ เค้าว่ากันว่ามันเป็นเบียร์ชั้นเยี่ยม 


Hoegaarden
สัญชาติ: Belgium
ประเภท: White Beer ( Ale )
แอลกอฮอล์: 4.9%
ปริมาตร: 0.33 ลิตร ( เท่าเบียร์ป๋อง )
ความโดดเด่น: "ไวท์เบียร์ที่เหมาะกับฤดูร้อน"




เบียร์ Hoegaarden นั้นมีถิ่นกำเนิดจากหมู่บ้าน Hoegaarden ซึ่งเป็นที่รู้จักกันว่าหมู่บ้านนี้เลื่องชื่อในเรื่องของเบียร์ขาว ซึ่งเรื่องราวของเบียร์ Hoegaarden นั้นเริ่มต้นในศตวรรษที่ 19. หมู่บ้าน Hoegaarden นั้นมีโรงผลิตเบียร์ถึง 13 โรง และยังมีโรงกลั่นเบียร์ถึง 9 โรงด้วยกัน. สูตรของเบียร์ Hoegaarden นั้นได้ถูกปรับแต่งโดยคนในหมู่บ้านโดยที่มีส่วนประกอบหลักๆ คือ น้ำ ยีส ข้าว ฮ๊อพส์ เปลือกส้ม corainder และอื่นๆอีกมากมาย

หลัง จากที่โรงงาน Hoegaarden ถูกไฟไหม้ในปี 1985 โรงกลั่นเบียร์อื่นๆ จึงเสนอตัวเข้าฟควบกิจการ และหนึ่งในนั้นคือ โรงกลั่นเบียร์ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ InterBrew และหลังจากนั้น Hoegaarden ก็เป็นที่เลื่องชื่อในวงการเบียร์ เรื่อยมา

Review Hoegaarden Beer:

รสชาติ: ออกแนวบางๆ มีกลิ่นผลไม้ปนนิดๆ ประมาณว่าเกือบๆจะเป็นเบียร์ผู้หญิงเลย แต่เห็นอย่างนี้ คืนก่อนๆที่ผ่านมา มีคนบอกว่าไม่แรง แต่พอยกไปสามแก้ว ก็เริ่มคุยกันไม่รู้เรื่องแล้วจ้าาา ...




ใครที่สนใจลองเลือกดูว่าสนใจร้านไหน
ข้อมูลได้มาจาก "Hoegaardent Thailand"


HOBS - ทองหล่อ / อารีย์
Happy Monday - ปากซอยเอกมัย 10
Bamblu Bar - ทองหล่อ 10
Sleepless Garden - พระราม 9 ซอย 49
Color Bar - ทาวน์อินทาวน์
Road House - พระราม 4
Pint Beer Park - Park Lane เอกมัย
Flow - พหล ซ.9
Barley Bistro - สีลม
ท่าฉลอง - วังหิน
Tree Creeper - ศาลาแดง
LURE Cocktail & Wine Bar - เวิ้ง Ozono สุขุมวิท 39
ลมโชย - ลาดพร้าว48
Viva cafe - CDC
something eles - Phaholyothin 12
The box - นืมมานห 11 (เชียงใหม่)
Neighborhood - นิมมาน 17 (เชียงใหม่)
Share of Mind - ระหว่างซอย นราธิวาส 15 กับ 17
Cozy - หลัง Paradise Park
SIT&SIP - เอกมัยรามอินทรา
TaLumBar - ประชาชื่น
Chenanigan - พัทยา
Gulliver's - พัทยา
Dicey Reilley's - พัทยา
Havana Holiday Inn - พัทยา
CooCurry - Same Soi with SamYan Seafood Restaurant, Narathiwas Rd.
Muse & Roof - ทองหล่อ 10

วันพฤหัสบดีที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2555

✽ บ้านดิน ✽

โดยส่วนตัว ชื่นชอบบ้านดินมานานแล้ว มีความรู้สึกว่ามัน เรียบง่าย อยู่สบาย และที่สำคัญมันเย็นดี!!! ทำให้เราเริ่มศึกษาเรื่องบ้านดินอย่างจิงจัง ฝันไว้ว่า...บั้นปลายชีวิต อยากมีบ้านดินหลังเล็กๆ ไม่ต้องใหญ่ ไม่ต้องหรู....อยู่กันด้วยความรัก แค่นี้ก็พอแล้ว ^^ (พร่ำพอแล้ว...ไปดูกันดีกว่าว่าบ้านดิน มันเป็นยังไง)

 บ้านดิน คือบ้านธรรมชาติ บ้านที่สามารถหาวัสดุจากรอบข้างนำมาสร้างเป็นบ้าน บ้านหนึ่งหลังอาจใข้ดินที่อยู่ข้างบ้านกับกับแรงกาย ค่อย ๆ ลงแรงสร้างจนกลายเป็นบ้านคุณภาพ โดยใช้ทุนเพียงเล็กน้อย

บ้านดิน ต้องใช้แรงงานในการสร้างมาก ถึงแม้จะใช้ต้นทุนในการสร้างต่ำ บ้านดินจึงเหมาะสำหรับการลงแรงช่วยกันสร้าง อาจใช้เวลาว่างในช่วงวันหยุด มาช่วยกันสร้าง สร้างบ้านดิน 1 หลัง มีคุณค่ามากกว่าบ้าน 1 หลัง บ้านอาจจะหมายถึง มิตรภาพ, สุขภาพ, ความภูมิใจ ปลดปล่อยการเป็นทาสจากของเงินตราที่เราต้องถูกหลอกชั่วชีวิตให้ทำงานอย่าง หามรุ่งหามค่ำ บ้านดินใช้ทุนน้อย แต่คุณค่ามากมายจนไม่สามารถประเมินค่าได้






สำหรับใครหลายๆ คนที่สนใจบ้านดินเหมือนเค้า มีแหล่งข้อมูลมากมายเลยค่ะ ลองแวะไปเข้าชมได้ตามลิงค์ด้านล่างเลยค่ะ

http://www.baandin.com
http://www.baandin.org


การสมัคร Account iTunes (แบบ Free)

รู้จักคนเยอะ ได้ยินมาก็แยะ สำหรับประเด็นการสนทนาเรื่อง iTunes Account เอาล่ะ...อยากจะบอกว่ามันไม่ได้ยากอย่างที่คิด แค่มีเวลาให้มันสัก 5 นาที เราก็มี Account สำหรับ Shopping ใน iTunes Store ได้แว้ววว ทำยังไงไปดูกัน ^^

1. สิ่งแรกเลยสำหรับคนที่มี iPod, iPad หรือ iPhone ควรจะมีคือ โปรแกรม iTunes ดาวน์โหลดกันฟรีๆ เลยที่ www.apple.com/itunes



2. เมื่อติดตั้งโปรแกรมเสร็จ ก็เริ่มต้นใช้งานได้เลยจ้า หน้าตาโปรแกรมเป็นแบบนี้จ้า...


3. ไม่ต้องคิดไรมาก!! กดเข้าไปเลยที่รูปตัวโน๊ต หลังจากนั้นเมื่อโปรแกรมเปิดขึ้นมาเราให้ความสนใจไปที่ iTunes Store คลิกโลด...หลังจากนั้นกวาดตาหา Application Free เจอแล้วคลิ๊กเลย


4. ตอนนี้ถึงขั้นตอนที่เราต้อง Create Apple ID กันแล้ว 


5. จากนั้นกด Continue โลดจ้า ก็จะมีข้อกำหนดเงื่อนไขต่างๆ ให้เราอ่าน ยอมรับหรือไม่ยอมรับ ถ้าอยากมี Account ก็ต้องยอมรับจ้า ^^ (อ่อ...อย่าลืมคลิ๊กเครื่องหมาย ✓ ว่าฉันได้อ่านเงื่อนไขแล้วด้วยนะจ๊ะ) แล้วก็ Agree เลยค่ะ



6. เอาล่ะ...เป็นขั้นตอนของการกรอกรายละเอียดของเราละ ไม่ว่าจะเป็น อีเมลล์และรหัสผ่าน พร้อมกันคำถามคำตอบกันลืม เสร็จแล้วกด Continue 



7.ต่อไปนี้เป็นขั้นตอนของการจ่ายเงิน แต่เนื่องจากเราสมัครเป็นแบบฟรี ให้เราเลือกที่ None พร้อมด้วยกรอกข้อมูลในฟอร์มให้ครบ แล้วจึงกด Continue ที่ด้านล่างจ้า  


ต่อไปจะเจอหน้าต่างนี้ ก็ให้เราเข้าไป Verify Account ซึ่งจะถูกส่งไปยังอีเมลล์ที่เราใช้สมัครไปนะคะ จากนั้นกด Done เลยจ้า 

เมื่อ Verify เสร็จ เราก็ล็อกอินเข้า iTuneห Store ผ่านทาง iTunes  แล้วเลือกดาวน์โหลดโปรแกรมฟรีดีๆ ไปลงใน Device ของเราได้เลย

เย้......ขอให้สนุกกับการ Shopping Applications นะคะ ❉